บน dry board เดิมพันเล็กแต่บ่อย บน wet board เดิมพันใหญ่แบบเลือกจังหวะ สรุป sizing และความถี่ของ c-bet แยกตาม board texture
เมื่อจะทำ c-bet (continuation bet) บน flop สิ่งที่ต้องตัดสินใจคือ "บ่อยแค่ไหน?" และ "ใหญ่แค่ไหน?"
ปัจจัยสำคัญที่สุดที่กำหนดสองตัวแปรนี้คือ board texture
A♠7♦2♣ = rainbow dry board
Hero (BTN) ถือทั้ง range advantage และ nut advantage
แทบไม่มี draw จึงยากที่คู่ต่อสู้จะพัฒนามือขึ้น
เดิมพัน size เล็ก (33%) ด้วย range กว้าง → ความถี่สูง
แม้แต่ air อย่าง KJo ก็ใช้ bluff ได้ — ความเสี่ยงต่ำ
ทำไมต้องเดิมพันเล็ก?
J♥T♥6♠ = wet board (flush draw + straight draw)
Hero: top set (JJJ) — มี draw เยอะจึงต้องการ protection
size ใหญ่ให้ pot odds ที่แย่แก่ draw ของคู่ต่อสู้
บนบอร์ดแบบนี้ มือที่อ่อน (22, 43 ฯลฯ) ควรเช็กแบ็ก
ทำไมต้องเดิมพันใหญ่?
บอร์ด: 5♠5♦9♣
บอร์ด: Q♥8♥3♥
| ประเภทบอร์ด | ตัวอย่าง | size | ความถี่ |
|---|---|---|---|
| dry rainbow | A♠7♦2♣ | 25-33% | 70-80% |
| wet two-tone | J♥T♥6♠ | 66-75% | 45-55% |
| paired | 5♠5♦9♣ | 25-33% | 75%+ |
| monotone | Q♥8♥3♥ | 25-33% | 50-60% |
| high connected | K♠Q♥J♦ | 33-50% | 55-65% |
| low connected | 7♠6♥5♦ | 66-75% | 40-50% |
ต้นฉบับ: GTO Wizard Blog, Upswing Poker, BlackRain79
เข้าสู่ระบบเพื่อเขียนความคิดเห็น
donk bet ที่เคยเป็นเรื่องต้องห้ามในอดีต แต่ในบางสถานการณ์ solver สมัยใหม่ยอมรับว่าเป็นการเล่นที่ถูกต้อง
หลังจาก c-bet ที่ flop จะเบตต่อที่ turn หรือเช็กดี เรียนรู้วิธีแยกไพ่ turn ที่ดีสำหรับ barrel ออกจากไพ่ที่ไม่ดี
check-raise คือเทคนิคหลักในการแย่ง initiative กลับมาจากตำแหน่ง OOP สรุปทั้ง value, semi-bluff และความถี่
สรุปหลักปฏิบัติจริงในการกำหนดขนาดเบ็ตตั้งแต่พรีฟลอปถึงริเวอร์ โดยอิงจากเท็กซ์เจอร์บอร์ด, SPR, ตำแหน่ง และนัตแอดแวนเทจ
การมีดรอว์ไม่ได้แปลว่าควรเดิมพันเสมอ เพราะนั่นอาจเปิดโอกาสให้ BB คอลได้ง่ายขึ้น บทความนี้สรุปจากมุมมองของเรนจ์ รันเอาต์ และมือเป้าหมายที่ต้องการให้หมอบ ว่าดรอว์แบบไหนควรบาร์เรลและดรอว์แบบไหนควรเช็กเมื่อเราอยู่ในตำแหน่ง
BTN Mississippi straddle ทำให้เรนจ์ของผู้คอลกว้างกว่าการ cold call มาก ดังนั้น opener ควร C-bet บ่อยขึ้นและเล็กลงบนบอร์ดส่วนใหญ่